ข่าว ชายโดนรุมทำร้าย ตื่นขึ้นความจำเสื่อม

                                

          มีรายงานข่าวว่ามีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความเพื่อขอความเป็นธรรมกับคนในสังคม เรื่องน้องชายถูกทำร้ายจนตอนนี้ความจำเสื่อมแต่เรื่องกลับเงียบคู่กรณีไม่ยอมมารับผิดชอบ

       จากการต่อตามสอบคนที่โพสต์ข้อความได้เล่าให้ฟังว่า  น้องชายของเขาไปเที่ยวผับกับเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่อุตสากรรมสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา  และเมื่อผับปิดตอนเวลาประมาณตี 3 ขณะน้องกับเพื่อนกำลังจะกลับบ้านได้เห็นว่ามีผู้หญิงเดินร้องไห้อยู่ข้างถนน เพื่อนของน้องชายจึงจะเข้าไปสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนั้นเอง

การ์ดที่ทำงานที่ผับที่ไปเที่ยวได้ขับรถผ่านมาแล้วตะโกนด่าน้องชายกับเพื่อน เพราะอาจจะเข้าใจผิดว่าจะเข้าไปลวนลามแฟนของเขาที่กำลังร้องไห้อยู่แล้วต่อมาก็มีเรื่องชกต่อยกันโดยผู้หญิงที่เป็นแฟนของการ์ดไปตามเพื่อนมาช่วยกันรุมน้องชายและเพื่อนจนได้รับบาดเจ็บและสลบ โชคยังดีที่มีคนรู้จักผ่านมาพอดีจึงเข้าช่วยเหลือเรียกกู้ภัยให้มาพาตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

       พอมาถึงโรงพยาบาลแล้วหมอทำการรักษา และสแกนสมองและทำการผ่าตัดให้ด่วน

เพราะมีเลือดคั่งในสมอง ซึ่งพอน้องชายฟื้นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ชื่อของตัวเอง ทำให้ไม่สามารถไปทำงานได้ ซึ่งตัวของน้องชายเอง ปกติจะเป็นคนหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ต้องดูแลลูกอายุ 3 ขวบและแม่อายุ 69 ปี ซึ่งตอนนี้พอน้องชายมาเจ็บหนักก็ไม่มีใครหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แม่ที่แก่มากแล้วจึงต้องออกมาหาเงินซึ่งก็ช่วยไม่ได้มากนักเพราะอายุมากแล้ว

ส่วนคู่กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวมาสอบสวนพร้อมเพื่อนของผู้เจ็บตอนแรก็บอกว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้ แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่จ่าย และเรื่องก็เงียบผ่านมาเป็นเดือนแล้ว ตัวพี่สาวจึงต้องมาโพสต์ร้องขอความเป็นธรรมแทนน้อง  เมื่อสอบถามกลับไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รับคำตอบว่าคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย จะมีการเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้ามาตกลงกันที่ สภ. เมืองนครราชสีมาอีกครั้ง

         เรื่องชกต่อยกันหลังจากที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงเสร็จแล้ว

มีให้เห็นกันบ่อยครั้ง ซึ่งจะต้องมีคนได้รับบาดเจ็บตลอด บางครั้งเจ็บตัวเพียงเล็กน้อยแต่บางครั้งก็เป็นมากหรือถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี เมื่อมีการเผยแพร่ข่าวแบบนี้ออกมาเราควรจะต้องนำมาเป็นสิ่งสอนใจว่าไม่ให้กินเหล้ามากจนขาดสติ และพยายามอย่าไปมีเรื่องกับใคร เพราะผลของความเมาและใจร้อน จนขาดสตินอกจากตัวเราเองจะบาดเจ็บแล้ว ยังมีผลกับคนในครอบครัวขอเราด้วย หากทุกคนรู้จักควบคุมตอนเองและมีสติตลอดเวลาสังคมของเราคงน่าอยู่กว่านี้ 

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนเรื่องราวโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

เรื่อง โลกโซเชียลเหมือนดาบสองคม

พวกเราอยู่ในยุคที่ผู้คนใช้ social media กันแทบตลอดเวลา หรือทุกวัน

ในการศึกษาและในการผ่อนคลาย เราจะเห็นว่าด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน social media เองก็กลายเป็นสิ่งที่พัฒนาควบคู่กันไปด้วยอย่างไม่หยุดยั้ง อย่างไรก็ตามทุกๆ อย่างบนโลกใบนี้ก็ล้วนแล้วแต่มีข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งสิ้น social media เองก็เช่นเดียวกันที่จะต้องมี 2 สิ่งนี้ควบคู่กันไปขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถดึงจุดไหนไปใช้งานได้ก็เท่านั้นเอง

ข้อดีของ social ออนไลน์

เช่น สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในสิ่งที่สนใจร่วมกันได้ เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้งคาถามในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจหรือมีคาตอบได้ช่วยกันตอบ เป็นสื่อในการนาเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วีดิโอต่างๆ

เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้ามารับชมและแสดงความคิดเห็น ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสำหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ช่วยสร้างผลงานและรายได้ให้แก่ผู้ใช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ ขึ้น 

นอกจากนี้โลก social media ยังมีข้อดีมากมาย

เเต่ในมุมหนึ่งก็เป็นดาบสองคมเพราะว่าการใช้ชีวิตอยู่ในโลกโซเชียลนั้น มีทั้งเรื่องที่ไว้ใจได้ เเละไม่ได้ บางคนก็โดนโกงจากการทำงานบนโลก social media โดนหลอกลวงจากเพื่อนในโลกออนไลน์ เครือข่ายสังคมเป็นอันตรายต่อความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีเหตุร้ายหลายประเภทที่สามารถเกิดขึ้นได้ในเครือข่ายสังคม

ฉะนั้นจึงไม่ควรเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นส่วนตัว เรื่องที่เป็นความลับของเรา รวมถึงไปสื่อต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม ทั้งอย่าไปหลงเชื่อข่าวอะไรง่ายๆ จนเกิดการเข้าใจผิดกันไป อย่างเช่น การรุมด่าทอ ใครสักคนหนึ่งที่ทำอะไรผิดพลาดไปทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ หากเป็นคนที่เข้าใจเรื่องนี้ดีก็อาจจะไม่คิดอะไร หากไม่เป็นแบบนั้นใครที่โดนด่าทอบางคนถึงขั้นเครียดจนกลายเป็นซึมเศร้าจนต้องไปหาหมอกินยารักษากันเลยทีเดียว 

อีกด้านหนึ่งมันก็เป็นช่องทำให้เกิดอาชญากรรมได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าล้วงข้อมูลบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต เลขประจำตัวประชาชน เพื่อนำไปเป็นข้อมูลก่ออาชญากรรม หรือ การล่อลวงทางเพศผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ จนมีมาซึ่งคดีฆ่าข่มขืน คดีล่อลวงฆ่าต่างๆ และอีกมากมายซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตดังนั้นเราเองในฐานะผู้ใช้ต้องมีสติ คิดให้รอบคอบก่อนจะทำอะไรลงไป

ก่อนจะเผยเเพร่ เเชร์สิ่งต่างๆให้คนทั่วโลกได้รับรู้ ไม่อย่างนั้นความสะดวก สบายความสนุก จากโลกออนไลน์อาจจะกลายเป็นดาบมาทิ่มแทงตัวเราเองให้เสียหายได้เช่นกัน

 

ข้อมูลเรื่องราวดีๆเหล่านี้ได้มาจาก แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

การเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์พื้นฐาน

– Profile path : ตำแหน่งโฟลเดอร์บนเซิร์ฟเวอร์ที่ให้จัดเก็บโปรไฟล์ ซึ่งจะสำเนาโปรไฟล์จากเครื่องยูสเซอร์มาเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่ายูสเซอร์จะไปล็อกออนบนคอมพิวเตอร์ใดๆ บนโดเมนก็จะดึงโปรไฟล์นี้จากเซิร์ฟเวอร์ไปใช้งาน จึงทำให้จอเดสก์ท็อปและสภาพแวดล้อมบนเครื่องก็จะเหมือนกัน

– Logon script : เป็นส่วนที่ใช้กำหนดตำแหน่ง หรือชื่อไฟล์สคริปต์ที่ต้องการให้รันในขณะล็อกออน เช่น สั่งให้แมปเน็ตเวิร์กไดรฟ์ เปิดโปรแกรมใช้งานประจำ ค่าดีฟอลต์ในการเก็บไฟล์สคริปต์คือ \Windows\SYSVOL\sysvol\ชื่อ domain\scripts

– Home folder : เป็นโฟลเดอร์ส่วนตัวประจำยูสเซอร์ที่สร้างไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะไปทำงานที่คอมพิวเตอร์เครื่องใดบนโดเมน ก็จะมีการแมปโฟลเดอร์นี้ให้เป็นไดรฟ์หนึ่งที่เข้าใช้งานได้เฉพาะยูสเซอร์คนนี้เท่านั้น

แท็บ Member Of เป็นส่วนที่แสดงหรือกำหนดเข้าเป็นสมาชิกในกรุ๊ปต่างๆ ค่าดีฟอลต์จะอยู่ในกรุ๊ปของ Domain Users คือเป็นยูสเซอร์ธรรมดา (ผู้ดูแลระบบสามารถจะเพิ่มรายชื่อยูสเซอร์คนนี้เข้าไปเป็นสมาชิกในกรุ๊ปใดๆ ก็ได้ เพื่อเอาไว้ช่วยงาน โดยคลิกเมาส์ปุ่ม Add และเลือกกรุ๊ปที่ต้องการเข้าร่วม)

แท็บ Dial – in เป็นส่วนที่ใช้กำหนดสิทธิ์ในการล็อกเข้าสู่ระบบผ่านทาง Dial – in Server or VPN เพราะว่ายูสเซอร์ทั่วไปจะไม่มีสิทธิ์ในการล็อกออนผ่านทาง Dial – in Server or VPN เราต้องเพิ่มสิทธิ์ให้เฉพาะยูสเซอร์บางคนที่อยู่ตามสาขา และต้องรีโมตล็อกอินเข้ามา โดยจะต้องทำงานร่วมกับ Remote Access – Policies ให้เลือกที่ Allow access

 

เปลี่ยนชื่อยูสเซอร์แอคเคานต์

ผู้ดูแลระบบ หรือ Account Operators สามารถจะเปลี่ยนยูสเซอร์ และรหัสผ่านได้ ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ที่เครื่องมือ Active Directory Users and Computers ให้เปิดคอนเทนเนอร์ Users จากนั้นคลิกขวาชื่อยูสเซอร์ที่ต้องการเปลี่ยน และเลือกคำสั่ง Rename
  2. ปรากฏเคอร์เซอร์กะพริบอยู่ที่ชื่อยูสเซอร์คนนั้น ให้เราพิมพ์ชื่อใหม่ลงไป และกด Enter
  3. ปรากฏหน้าต่าง Rename User ให้เราแก้ไขชื่อ จากนั้นคลิกปุ่ม OK

เปลี่ยนรหัสผ่าน

หากยูสเซอร์ลืมรหัสผ่านแจ้งผู้ดูแลระบบทำการรีเซ็ตรหัสผ่าน เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ได้ โดยหลังล็อกออน ระบบจะให้ยูสเซอร์เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เองเพื่อความปลอดภัย

  1. ที่เครื่องมือ Active Directory Users and Computers ให้คลิกขวาตรงชื่อยูสเซอร์ที่ต้องการเปลี่ยนรหัสผ่าน และเลือกคำสั่ง Reset Password
  2. ปรากฏหน้าต่าง Reset Password ให้พิมพ์รหัสผ่านใหม่ลงไป (รหัสผ่านจะต้องประกอบด้วยอักษรตัวพิมพ์เล็ก – ตัวพิมพ์ใหญ่ และตัวเลขรวมกันไม่น้อยกว่า 6 ตัวอักษร)
  3. เลือก User must change password at Next logon เพื่อให้ยูสเซอร์เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่หลังจากล็อกออนเสร็จ ทำให้รหัสผ่านมีความปลอดภัยไม่รั่วไหล จากนั้นคลิกปุ่ม OK
  4. ปรากฏหน้าต่างแจ้งว่าเปลี่ยนรหัสผ่านเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกปุ่ม OK

จัดการกับ DHCP Server

      ถ้าหากภายในองค์กรมีเครื่องไคลเอนต์อยู่ประมาณ 500 – 1000 เครื่อง และอยู่กระจายกันไป 3 – 5 ตึก ผู้ดูแลระบบและผู้ช่วยจะต้องใช้เวลามากเพียงใดในการไปกำหนดไอพีแอดเดรสให้กับเครื่องไคลเอนต์เหล่านั้น แล้วในกรณีที่มียูสเซอร์ทำการเปลี่ยนไอพีแอดเดรสบนเครื่อง ทำให้เกิดการชนกันของไอพีแอดเดรส กว่าจะหาพบว่าเครื่องใดชนกันก็ต้องใช้เวลามากมายพอสมควร

      ไมโครซอฟท์จึงได้ออกแบบโปรโตคอล DHCP เพื่อช่วยจัดการไอพีแอดเดรสให้แก่เครื่องไคลเอนต์ในระบบ ทำให้ปัญหาการชนกันของไอพีแอดเดรสหมดไป นอกจากนี้ยังสามารถจะกำหนดไอพีแอดเดรสทั้งแบบคงที่ แบบไม่คงที่ และแบบอัตโนมัติได้ตามต้องการ

DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol)

      DHCP เป็นโปรโตคอลที่ใช้กำหนดไอพีแอดเดรสแบบอัตโนมัติให้แก่เครื่องไคลเอนต์ในระบบที่ติดตั้งโปรโตคอล TCP / IP เป็นการลดความซ้ำซ้อนของไอพีแอดเดรส เพราะเครื่อง DHCP เซิร์ฟเวอร์จะเป็นตัวแจกจ่ายไอพีแอดเดรสที่ไม่เหมือนกันเลยให้แก่เครื่องไคลเอนต์ DHCP เซิร์ฟเวอร์จะมีช่วงหรือสโคป (Scope) ในการจ่ายไอพีแอดเดรส

      โดยที่ผู้ดูแลระบบจะต้องกำหนดขึ้นมาเองว่าจะเริ่มที่หมายเลขใด เช่น 192.168.0.10 – 192.168.0.254 หมายความว่ามีช่วงในการแจกไอพีแอดเดรสอยู่จำนวน 244 เครื่อง (ส่วนหมายเลข 1 – 9 จะเป็นของเครื่อง DC, DHCP Server และ DNS Server) เมื่อเครื่องไคลเอนต์เริ่มบูตก็จะทำการขอหมายเลขไอพีแอดเดรส (Subnet Mask, Default Gateway และค่าอื่นๆ)

      จากเครื่อง DHCP Server จากนั้นเครื่อง DHCP Server จะส่งไอพีแอดเดรสกลับไปให้เครื่องไคลเอนต์ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนด้วยกัน คือ IP Lease Request, IP Lease Offer, IP Lease Selection และ IP Lease Acknowledgement

 

ในการทำงานปกติเครื่องไคลเอนต์จะต้องขอใช้ (Lease) หมายเลขไอพีแอดเดรสจากเครื่อง DHCP Server

      ผู้ดูแลระบบจะต้องกำหนดระยะเวลาการขอใช้ไอพีแอดเดรสหมายเลขนี้ว่านานเพียงใด เช่น ให้ใช้ 30 วัน แล้วไคลเอนต์ต้องร้องขอหมายเลขไอพีแอดเดรสใหม่ หรือไม่จำกัด (Unlimited) ซึ่งมีขั้นตอนในการทำงานดังนี้

เมื่อเริ่มสตาร์ทเครื่องไคลเอนต์ครั้งแรก จะส่งเมสเสจ IP Lease Request ออกไปบนเครือข่ายเพื่อค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของ DHCP Server บนระบบ เรียกว่ากระบวนการ DHCP Discover (เป็นการส่งเมสเสจ DHCP Discover ออกไป)

โดยมีไอพีแอดเดรสต้นทางเป็น 0.0.0.0 และไอพีแอดเดรสปลายทางเป็น 255.255.255.255 หรือ ff:ff:ff:ff:ff:ff:ff ซึ่งเป็นการบรอดคาสต์ (Broadcast) ด้วยโปรโตคอล ARP (Address Resolution Protocol)

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

แอตทริบิวต์ (Attributes)

เป็นตัวที่ใช้บอกถึงคุณสมบัติ คุณลักษณะ และพฤติกรรมของออบเจ็กต์ กล่าวคือ ออบเจ็กต์แต่ละตัวจะมีแอตทริบิวต์ที่แตกต่างกัน แต่ออบเจ็กต์ที่อยู่ในคลาสเดียวกันจะมีแอตทริบิวต์เหมือนกัน เช่น ออบเจ็กต์ในคลาส Users จะมีแอตทริบิวต์ FirstName, LastName, Logon Name, Password, E-mail, Telephone แต่ออบเจ็กต์ของยูสเซอร์แอคเคานต์จะมีแวลู (Value) หรือค่าของแอตทริบิวต์ที่ต่างกัน เช่น ออบเจ็กต์หนึ่งมีค่าแอตทริบิวต์ Logon Name เป็น bandhit จะเป็นการบอกให้ทราบว่าออบเจ็กต์นี้เป็น ตัวแทนของยูสเซอร์ bandhit jamornputi ซึ่งจะมีค่าแอตทริบิวต์ Logon Name ไม่ซ้ำกับออบเจ็กต์ตัวอื่นๆ

สำหรับออบเจ็กต์ในคลาส Computer จะมีแอตทริบิวต์ Member of เป็นของกรุ๊ปยูสเซอร์ใด ส่วนออบเจ็กต์ในคลาส Printer ก็จะมีแอตทริบิวต์เกี่ยวกับการพิมพ์ เช่น พิมพ์สีได้ พิมพ์ได้ทั้งด้านหน้า – ด้านหลัง ฯลฯ

OU (Organization Unit)

เป็นเสมือนดังคอนเทนเนอร์ (Container) ในการเก็บออบเจ็กต์ต่างๆ เอาไว้ ภายใน OU จะมีโครงสร้างเป็นลำดับขั้น (Hierarchy) ทำให้สามารถสร้าง OU ย่อยลงไปได้อีก เช่น OU ชื่อ Bangkok จะมี OU ย่อยชื่อ HRMs และ Sale สำหรับจัดการออบเจ็กต์แอคเคานต์และทรัพยากรในฝ่ายบุคคลและแผนกขายตามลำดับ OU จึงเป็นกลุ่มงานที่บรรจุออบเจ็กต์ ยูสเซอร์ กรุ๊ป คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ แชร์โฟลเดอร์ และอื่นๆ เอาไว้

OU ยังช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงานได้อีกด้วย เช่น ถ้าต้องการกำหนดนโยบายต่างๆ (Security Policy, Password Policy, Account Policy) ให้กับออบเจ็กต์แบบยูสเซอร์ คอมพิวเตอร์ก็ให้กำหนดนโยบายนั้นผ่าน OU ที่ออบเจ็กต์เหล่านั้นอยู่ภายในเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปกำหนดทีละตัว นอกจากนี้ OU ยังมีความสามารถในการทำ Delegate Administrative Control เพื่อแบ่งอำนาจการบริหาร จัดการทรัพยากรไปยังระดับล่าง กล่าวคือ ผู้ดูแลระบบของโดเมน (Domain Admin) สามารถจะมอบอำนาจ หรือกระจายอำนาจในการจัดการทรัพยากรให้กับผู้ดูแลระดับย่อยลงมา เช่น ระดับแผนก ให้สามารถจัดการทรัพยากรและออบเจ็กต์ต่างๆ ได้เต็มที่ และยังเป็นการแบ่งเบาภาระอีกด้วย

โดเมน (Domain)

เป็นที่รวมของทรัพยากรบนระบบเอาไว้ทั้งหมด เช่น ยูสเซอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ เครื่องพิมพ์ แชร์โฟลเดอร์ และออบเจ็กต์อื่นๆ ไว้ด้วยกันภายใต้ชื่อโดเมนเดียวกัน โดเมนคอนโทรลเลอร์ (Domain Controller) จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบผู้ใช้งาน (Au – thentication) และควบคุมเรื่องของการเข้าถึง (Access) ทรัพยากรต่างๆ

ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์ กับการแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล

ถึงเวลาเรียกคืนไฟล์ข้อมูล และวินโดวส์กลับมาใหม่

แม้ว่าคุณจะซ่อมบำรุงดูแลรักษาคอมพิวเตอร์เป็นประจำทุกเดือนแล้วก็ตาม แต่ถ้าหากเหตุการณ์ หรือปัญหาที่ไม่คาดคิด อย่างเช่น อยู่ดีๆ คอมพิวเตอร์มีปัญหา ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ยกตัวอย่างเช่น

– ฮาร์ดดิสก์พัง การแก้ปัญหาให้ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่ และล้างเครื่อง ติดตั้งวินโดวส์ และลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมด

– คอมพิวเตอร์ติดมัลแวร์ ไวรัส และภัยคุกคามอื่นๆ การแก้ปัญหาให้สแกน หรือตรวจเช็ก และกำจัดไวรัส ถ้าหากแก้ปัญหาไม่ได้ให้แบ็คอัพไฟล์ข้อมูลสำคัญ จากนั้นล้างเครื่อง ติดตั้งวินโดวส์ และลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมด

– ไฟล์วินโดวส์เสียหาย บูตเครื่องเข้าวินโดวส์ไม่ได้ การแก้ปัญหาให้สแกน หรือตรวจเช็ก และซ่อมแซมไฟล์วินโดวส์ แต่ถ้าหากแก้ปัญหาไม่ได้ ให้ทำการแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลสำคัญ จากนั้นล้างเครื่อง ติดตั้งวินโดวส์ และลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมด

นี้คือตัวอย่างของปัญหา และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ แต่จะสังเกตเห็นได้ว่าถ้าหากแก้ปัญหาตามสาเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้ วิธีสุดท้ายในการแก้ปัญหาคือ การล้างเครื่อง ติดตั้งวินโดวส์ และลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากคุณทำแผน Data backup and recovery ก็จะช่วยให้คุณไม่ต้องล้างเครื่อง ติดตั้งวินโดวส์ และลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมด เพียงแค่คุณเรียกคืนวินโดวส์ และไฟล์ข้อมูล (Windows and data restore) จากไฟล์อิมเมจ (Image File) คุณก็ได้วินโดวส์ตัวโปรด และไฟล์ข้อมูลสำคัญๆ ต่างๆ ของคุณกลับคืนมา

การดึงไฟล์ข้อมูล ก่อนเรียกคืนวินโดวส์

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือปัญหาที่ไม่คาดคิด วินโดวส์พัง หรือ บูตเครื่องเข้าวินโดวส์ไม่ได้ และไฟล์ข้อมูลบางไฟล์ยังไม่ได้แบ็คอัพ แล้วเราควรจะทำอย่างไรดีเมื่อเราเข้าใช้งานวินโดวส์ไม่ได้ เพราะบางคนเข้าใจว่าไฟล์ข้อมูลจะสูญหายไปด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไฟล์ข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ยังไม่สูญหายไปไหน แต่เพียงแค่ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เท่านั้นที่เกิดความเสียหาย ซึ่งคุณสามารถดึง หรือแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลเหล่านี้กลับมาได้เหมือนเดิม

นอกเสียจากว่าฮาร์ดดิสก์พัง ซึ่งก็มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญหายของไฟล์ข้อมูล

ดังนั้นถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณมีปัญหาข้างต้น คุณไม่ต้องกังวลใจ เพราะไฟล์ข้อมูลไม่ได้สูญหายไปไหนอย่างแน่นอน จากนั้นสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ดึง หรือแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลล่าสุด และทำการเรียกคืนวินโดวส์ (Windows Restore) สำหรับขั้นตอนก็จะมีรายละเอียดดังนี้

  1. เชื่อมต่ออุปกรณ์เก็บข้อมูลภายนอก หรือฮาร์ดดิสก์แบบพกพาสำหรับเก็บไฟล์ข้อมูลเข้ากับคอมพิวเตอร์
  2. บูตเครื่องด้วย Hiren’s Boot USB เมื่อปรากฏหน้าเมนู Hiren’s BootCD 10.5 ขึ้นมา ให้เลือกเมนู Mini Windows XP จากนั้นกดปุ่ม Enter
  3. เมื่อโหลดหน้า Mini Windows XP เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลล่าสุดของคุณ จากนั้นเรียกคืนวินโดวส์ให้เรียบร้อย

ปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์กับการแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล

สำหรับปัญหาคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่ส่งผลให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง และวินโดวส์พังนั้นมีหลายปัญหายกตัวอย่างเช่น ไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ในโหมด Normal และ Safe Mode ได้,ฮาร์ดดิสก์มีปัญหา, คอมพิวเตอร์ติดมัลแวร์ ไวรัส หรือภัยคุกคามอื่นๆ,

คอมพิวเตอร์แสดงหน้าจอบลูสกรีน (Blue Screen) และอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งปัญหาหรืออาการที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์เหล่านี้ มักเป็นสาเหตุให้คุณต้องล้างเครื่องใหม่คำถามคือ เมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น คุณจำเป็นต้องล้างเครื่องใหม่ทุกครั้งหรือไม่

ซึ่งคำตองคือคงไม่ใช่ เพราะคงไม่มีใครที่อยากจะแก้ปัญหาด้วยวิธีทุกครั้งไป

เนื่องจากวิธีนี้ทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก และเสียค่าใช้จ่ายอีกด้วยซึ่งขั้นตอนในการล้างเครื่องนั้นมีรายละเอียด ดังนี้

1. แบ่งพาร์ทิชั่นฮาร์ดดิสก์
2. ฟอร์แมตพาร์ทิชั่นฮาร์ดดิสก์
3. ติดตั้งวินโดวส์ ติดตั้งไดรเวอร์ฮาร์ดแวร์
4. อัพเดตเซอร์วิสแพ็ค และแพทช์ล่าสุดของวินโดวส์ปรับแต่งการใช้งานวินโดวส์
5. ลงโปรแกรมป้องกันไวรัส หรือโปรแกรมประยุกต์อื่นๆอัพเดตฐานข้อมูลไวรัสล่าสุดของโปรแกรมป้องกันไวรัสนี่คือสิ่งที่คุณต้องทำตอนล้างเครื่องและลงเครื่องใหม่แล้วคุณคิดว่าตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายต้องใช้เวลานานแค่ไหนซึ่งรับรองได้ว่าคุณคงหมดกาแฟไปหลายแก้ว

ดังนั้นถ้าหากคุณไม่อยากล้างเครื่องใหม่เมื่อมีปัญหาข้างต้นคุณก็ควรรู้จักทำแผนแบ็คอัพ และกู้คืนข้อมูล (Data Backup and Recovery)ไว้ใช้ในเวลาฉุกเฉิน

การแบ็คอัพ และกู้คืนข้อมูลคืออะไร และทำไมต้องทำการแบ็คอัพ และกู้คืนข้อมูล คือ การสำรองข้อมูลหรือสำเนาข้อมูลต้นฉบับจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งที่มีความปลอดภัย

โดยอยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งและสามารถนำกลับมาใช้งานในรูปแบบเดิมได้อย่างง่ายดายทำไมต้องแบ็คอัพข้อมูล และกู้คืนข้อมูลการรู้จักทำแผน Data Backup and Recovery หรือการแบ็คอัพ และกู้คืนข้อมูลซึ่งอยู่ในแผนของ Disaster Recovery Plan ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากเพราะเมื่อไรที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน หรือปัญหาขึ้น

คุณก็สามารถรับมือกับปัญหานั้นได้อย่างทันท่วงที สำหรับประโยชน์ของการแบ็คอัพและกู้คืนข้อมูลก็มีดังนี้

1. เรียกคืนระบบคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว
2. ไม่ต้องล้างเครื่อง ติดตั้งวินโดวส์ ลงไดรเวอร์ และโปรแกรมต่างๆ ใหม่
3. ป้องกันไฟล์ข้อมูลสูญหาย
4. ไม่เสียเวลา และค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
5. ไม่เสียสุขภาพจิต