gclub จับกลุ่มสุมหัวทัวร์เมืองแพร่

gclub จับกลุ่มสุมหัวทัวร์เมืองแพร่

จังหวัดแพร่ในความคิดและความรู้สึกของใครหลายๆคนอาจมองว่ามันเป็นจังหวัดเล็กๆไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก อาจไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย   สำหรับประสบการณ์การเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ของฉันนั้น ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าเป็นอะไรที่สนุกมาก และมีความประทับใจและชื่นชอบในสถานที่ต่างๆที่ได้ไปอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 จุดชมวิวเขาพลึง

สถานที่แรกนับจากการเริ่มเดินทางเมื่อเราเดินทาง คือ จุดชมวิวเขาพลึง

  • จุดชมวิวเขาพลึง

          – เป็นเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดแพร่ ตอนนั้นประมาณ 06:00 ฟ้ากำลังเปิดเลยค่ะ ช่วงนั่นเป็นฤดูหนาวเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอกนี้ชวนให้หลงใหลเป็นอย่างมากเลยล่ะ

 

  • วัดพระธาตุช่อแฮ

– ต่อจากนั้นฉันก็เดินทางต่อและมาหยุดที่ท่องเที่ยวกันที่วัดพระธาตุช่อแฮ ใครที่มาจังหวัดแพร่แล้วไม่ได้มากราบสักการะพระธาตุช่อแฮนี้เหมือนมาไม่ถึงจังหวัดแพร่แน่นอน พระธาตุช่อแฮเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่เลยทีเดียวและยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาลอีกด้วย

 

นอกจากนี้ในพระธาตุช่อแฮนั้น ยังมี

– หลวงพ่อช่อแฮ

– พระทันใจ

– ไม้เสี่ยงทาย

– พระพุทธโลกนารถบพิตร

– พระเจ้าไม้สัก

– พระเจ้านอน

– ธรรมมาสพื้นโบราณ

และอีกมากมายที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่

เมื่อกราบสักการะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันและทีมงาน gclub ก็เดินทางไปที่ วนอุทยานแพะเมืองผีกันเป็นที่ต่อไป

  • วนอุทยานแพะเมืองผี

ซึ่งที่นี่แปลกมากค่ะไม่เหมือนที่ไหนเลยคือมันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำจนทำให้เป็นรูปทรงต่างๆ เช่น

– รูปทรงคล้ายๆดอกเห็ด

– เจดีย์

– จอมปลวก

       บางส่วนมีแสงระยิบระยับและมีหินต่างสีผสมอยู่ด้วย มองดูแล้วสำหรับฉันคิดว่ามันสวยและงดงามมากเลย แต่ในสายตาของคนอื่นที่พบเห็นไม่รู้ว่าคิดเหมือนกับฉันรึเปล่านะ แต่ที่ได้ยินจากปากคนที่เคยไปชมมาหลายๆคนก็พูดเหมือนกับฉันแทบจะทุกคนเลยก็ว่าได้

     แน่นอนว่าอยากให้ทุกคนมาเที่ยวกันและขากลับอย่าลืมที่จะซื้อของกินขึ้นชื่อของจังหวัดแพร่กันด้วยนะค่ะ เช่น แคปหมูน้ำพริกหนุ่ม บอกเลยว่าเมื่อพูดถึงแล้วหิวกันเลยล่ะ ซื้อมาทานที่บ้านกับครอบครัวและนำไปฝากญาติก็ได้นะ เรียกได้ว่าถ้าใครจะเหมาร้านกลับมา ถ้าเงินพอก็ทำได้เลย มันอร่อยจนอยากจะเหมาเลยพูดจริงๆ ส่วนขากลับระหว่างที่ขับรถกลับมาเราก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปประตูสู่ภาคเหนือกันด้วย เอาเป็นว่าต้องไปจะได้ฟินเอง

 

 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

website: https://www.g-club.club/
line : g_club
บริการ Call Center ติดต่อได้ 24 ชม. โทร.
098-44176-12
098-44176-13
098-44176-14
098-44176-15

ลิงก์อื่นๆ

สมัครสมาชิก
https://www.g-club.club/สมัครสมาชิก/

แจ้งฝากเงิน
https://www.g-club.club/แจ้งฝากเงิน/

โปรโมชั่น
https://www.g-club.club/โปรโมชั่น/

ติดต่อเรา
https://www.g-club.club/ติดต่อเรา/

เปิดบ้านหรู “ซินแสเป็นหนึ่ง” พร้อมเผยถึงการแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกวิธี!

พาไปบุกบ้าน “ซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร” ที่ หมู่บ้านฮาบิเทียร์ เว้น ซาฟารีเวิลด์ ซินแสชื่อดังที่เหล่าคนในวงการบันเทิงนับถือ ซินแสชื่อดังเผยถึงการแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกวิธี นอกจากนั้น พร้อมทั้งได้เล่าถึงเรื่องราวในชีวิตที่แสนจะลำบาก กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

โดย “ซินแซเป็นหนึ่ง” เปิดใจถึงบ้านหลังนี้ว่า…..บ้านหลังนี้ถามว่าตามหลักฮวงจุ้ยทุกอย่างมั้ย ก็ตามหลักฮวงจุ้ยในแบบฉบับของอาจารย์นะ เพราะฮวงจุ้ยมีหลากหลายรูปแบบมาก หลักง่ายๆ คือ ประตูหน้าบ้านต้องเปิดได้อย่างสะดวกสบาย ห้องนั่งเล่นกับโต๊ะทานข้าวต้องไม่เจอกัน ถ้าเจอกันก็ต้องหาฉากมากั้น

ห้องนั่งเล่นต้องนั่งสบายโปร่ง แล้วทุกอย่างก็จะดีหมด โต๊ะทำงานซ้ายมือต้องเป็นน้ำ หลักมีอยู่แค่นี้ไม่มีอะไรมาก อยู่แล้วให้มีความสุข หากใครอยากรู้เพิ่มเติมสามารถติดตามรายการ“THE GUEST (เดอะ เกสท์) ตีสนิทคนดัง” ได้ทาง “ช่อง 8” วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม เวลา 9.45 น.

11 ท่ากอด บอกความรู้สึกและความสัมพันธ์ได้ แล้วคุณล่ะเป็นแบบไหน ?

รู้หรือไม่ว่าการกอดแต่ละท่าก็สามารถบอกความหมายและให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปได้ แล้วคุณล่ะชอบกอดท่าไหนบ้าง มาดูกัน

การกอด เป็นการแสดงความรักที่ง่ายที่สุด อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกทางภาษากายที่ช่วยถ่ายทอดความรู้สึกในใจของเราให้อีกฝ่ายรับรู้ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังทำให้ผู้ถูกกอดรู้สึกดีอีกด้วย แต่รู้หรือไม่คะว่าการกอดแต่ละท่านั้นถือเป็นสัญญาณที่สามารถบอกอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในท่าทางของการกอด เป็นภาษากายที่สามารถอธิบายได้ถึงความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนได้เป็นอย่างดี วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอนำบทความเกี่ยวกับความหมายของท่ากอดทั้ง 11 ท่ามาฝากทุกคนให้ได้ติดตามกันแล้ว มาดูกันว่าคุณชอบกอดท่าไหน แล้วแต่ละท่าบ่งบอกความหมายและความรู้สึกอะไรได้บ้าง

  1. The Protector

ท่ากอดนี้เป็นการโอบกอดจากด้านหลัง เป็นการกอดที่สื่อความรู้สึกว่าเราสามารถปกป้องคนที่เรารักได้ ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ แสดงออกถึงความปลอดภัยและการดูแลซึ่งกันและกัน ให้คนที่ถูกกอดรู้สึกอบอุ่นและมั่นใจว่ากอดนี้ฉันจะปกป้องเธอไม่ให้เป็นอันตรายแน่นอน

  1. The Back Stroke

ท่ากอดแบบลูบหลัง แสดงออกถึงความมั่นใจและไว้ใจซึ่งกันและกัน การลูบหลังนั้นบอกได้ว่าคุณแคร์กันและกันมากแค่ไหน เป็นท่ากอดที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายอกสบายใจ และรู้สึกดีมาก ๆ เพราะแผ่นหลังเป็นที่ที่เรามองไม่เห็นแต่รับรู้ถึงสัมผัสได้ไว ดังนั้นถ้ามีคนมากอดแล้วลูบหลังคุณเบา ๆ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกดีและรู้สึกวางใจนั่นเองค่ะ

  1. The Pat

การกอดพร้อมตบหลังเบา ๆ เป็นท่ากอดที่แสดงถึงมิตรภาพและความเป็นเพื่อน เป็นการแสดงออกเพื่อให้อีกฝ่ายเกิดความสบายใจ ไม่ได้คิดเกินเลยเป็นอื่น และไม่ได้มีความโรแมนติกอะไรใด ๆ ในเชิงรักใคร่แบบหนุ่มสาวทั้งนั้น ส่วนมากเราจะเห็นพวกเพื่อน ๆ ผู้ชายมักกอดกันในท่านี้  ดังนั้นถ้ามีหนุ่มคนไหนมากอดคุณสาว ๆ พร้อมตบหลังเบา ๆ แบบท่านี้ละก็ แสดงว่าเขาก็คิดกับคุณแค่เพื่อนเท่านั้นแหละ

  1. The Slow Dance

การกอดที่เหมือนการเต้นรำแบบช้า ๆ เป็นท่าที่โรแมนติกสุด ๆ แสดงออกถึงความรักความผูกพันที่อ่อนหวานละมุนละไม คนหนึ่งโอบเอว อีกคนหนึ่งกอดคอเอาไว้ ให้ฟีลเหมือนอยู่ในงานเต้นรำยังไงอย่างงั้น เป็นท่ากอดที่เหมาะกับความรักความสัมพันธ์ของคนหนุ่มสาวที่เพิ่งคบหาดูใจกันเรื่อย ๆ ไปจนแก่เลยล่ะ เพราะไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี ท่ากอดนี้ก็ยังเป็นท่าที่โรแมนติกและอบอุ่นมาก ๆ เลยทีเดียว

  1. The Reach Around

การกอดแบบโอบไหล่ โดยเอาแขนวางไว้บนบ่าของอีกคนหนึ่ง คล้ายกับการกอดเพียงครึ่งเดียว เป็นท่ากอดเพื่อให้กำลังใจแก่คนข้าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท ญาติพี่น้อง หรือใครก็ตาม ยิ่งกอดแน่นเท่าไรก็ยิ่งส่งผ่านอารมณ์และความรู้สึกให้กับผู้ที่ถูกกอดได้ดีมากเท่านั้น

  1. The Deadlock

ท่ากอดที่คนสองคนสวมกอดกันแน่นมากจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่านเข้าไปได้ เป็นการกอดที่ไม่อยากจะมีใครแยกออกจากกัน แสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง พร้อมกับให้ความรู้สึกอบอุ่น ปนกับความกลัวที่ไม่อยากจะให้คนรักพรากจากกันไปไหน อยากกอดไว้ให้นาน ๆ เพื่อเก็บความทรงจำดี ๆ ก่อนที่จะต้องจากกัน

  1. The Flying Hug

เป็นท่ากอดที่คนหนึ่งนั่งกางขาคร่อมอีกคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง เป็นการกอดที่เต็มไปความรัก ความเสน่หา และความต้องการกันและกันอย่างลึกซึ้ง แสดงออกถึงความรักและความผูกพันของกันและกัน ความสัมพันธ์ทางกายช่วยทำให้คุณอบอุ่นหัวใจได้ในช่วงเวลานั้น ๆ ถึงแม้ว่าสุดท้ายความสัมพันธ์ของทั้งคู่อาจไม่ได้ลงเอยด้วยกันก็ตาม

  1. The London Bridge

เป็นท่ากอดที่มีการเว้นระยะห่างจากตัวกันพอสมควร โดยกอดแค่ช่วงบนและพยายามยืนห่าง ๆ กันเข้าไว้ ใช้กับคนที่ไม่ค่อยสนิทสนม และไม่ค่อยอยากทำความรู้จักกันมากเท่าไรนัก แต่เป็นการกอดเพื่อแสดงมารยาทในการพบเจอกันเท่านั้น

  1. The Eye-to-Eye

ท่ากอดนี้เป็นการกอดที่โรแมนติกและหวานสุด ๆ ไปเลยล่ะค่ะ เพราะไม่เพียงแต่ร่างกายจะสัมผัสซึ่งไออุ่นของกันและกันแล้ว แต่สายตาก็ยังมองประสานกันอย่างลึกซึ้ง จนแทบจะไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูดใด ๆ เลยว่าคุณทั้งสองนั้นรักกันมากแค่ไหน

  1. The Rag Doll

ท่ากอดแบบนี้ เป็นการกอดเพียงฝ่ายเดียว โดยที่อีกคนไม่ได้กอดตอบ คล้ายกับการกอดตุ๊กตา ซึ่งอาจบอกได้ว่าคนที่ถูกกอดนั้น อาจยังไม่สนิทกับคุณ และยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณมากนัก หรือแค่คิดกับคุณแค่เพื่อนเฉย ๆ เท่านั้น

  1. The Pickpocket

ท่ากอดที่คนหนึ่งโอบกอดและใช้มือล้วงกระเป๋าที่อยู่ด้านหลังของอีกคน ซึ่งแสดงว่าผู้กอดกำลังรู้สึกสบายใจ และเป็นตัวของตัวเองเวลาที่อยู่กับคุณ เกิดความรู้สึกขี้เล่น สนุกสนาน แค่เพียงกอดกันเงียบ ๆ ก็รู้สึกผ่อนคลายที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน พร้อมกับซุกมือลงในกระเป๋าอุ่น ๆ ของเขาไว้ เท่านี้ก็สุขสุด ๆ แล้ว

การกอดเป็นการแสดงออกถึงความรักด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด แต่กลับได้รับพลังและได้รับความรู้สึกดี ๆ กลับคืนมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรแล้วลองกลับไปแสดงความรักกับคนที่บ้าน หรือคนรักที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยการกอด แล้วคุณจะรู้ว่าการกอดนั้นมันดีมาก ๆ อย่างไร ^_^

เลือกคอนโดฯ ริมทะเล ตามศาสตร์ฮวงจุ้ย

ศาสตร์ของฮวงจุ้ย มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันไปบนโลกใบนี้ บางอย่างอาจเหมาะกับภูมิภาคแถบเอเชีย แต่บางอย่างก็เหมาะกับภูมิภาคแถบอเมริกา ฮวงจุ้ยบนแผ่นดินก็แตกต่างกับในท้องทะเล พื้นที่ชายฝั่งก็ไม่เหมือนกับพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ฯลฯ นั่นเองการเลือกซื้อคอนโดฯ ในแต่ละทำเลจึงมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับครั้งนี้จะนำเสนอการเลือกซื้อคอนโดฯ ริมทะเล ที่ถูกต้องตามหลักศาสตร์ของฮวงจุ้ย อยู่แล้วสบาย ขายต่อก็ได้ไม่ขาดทุน คอนโดฯ ริมทะเล วิวกับทิศทางลมเป็นตัวเลือกลำดับแรกที่ต้องตัดสินใจเลือก

  1. วิวหรือมุมมอง วิวทะเลเป็นสิ่งแรกที่ผู้ซื้อต้องตัดสินใจเลือก ซึ่งก็มักจะเป็นห้องที่มีราคาแพง ถ้าไม่สามารถซื้อได้ก็เลือกวิวที่รองลงมาก็คือวิวสระว่ายน้ำ ถ้ายังไม่ได้หรือเกินงบก็อาจต้องเลือกวิวตามธรรมชาติ เช่น วิวภูเขา วิวแม่น้ำลำธารก็ยังได้อยู่ ส่วนวิวที่ไม่ควรเลือกเลยก็คือวิวด้านของบ่อบำบัดน้ำเสีย บ่อทิ้งขยะของโครงการ วิวที่ติดกับแหล่งท่องเที่ยวกลางคืน หรือวิวที่มีความเป็นไปได้ที่จะมีโครงการขึ้นประจัญหน้ากับห้องที่จะเลือก นอกเหนือจากนี้ถ้าไม่โดนบังคับซื้อหรือขาดที่อยู่อาศัยอย่างเร่งด่วนแล้ว ไม่แนะนำให้ซื้อครับผม
  2. ทิศทางลม เป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอันหนึ่งเพราะมีผลสัมพันธ์กับวิวทะเลและวิวภูเขา ทิศทางของลมชายหาดนั้นมี 2 แบบ คือ
  3. ลมบก (ลมที่พัดจากบกไปสู่ทะเล เกิดขึ้นในเวลากลางคืน)
  4. ลมทะเล (ลมที่พัดจากทะเลไปสู่บก เกิดขึ้นในเวลากลางวัน)

ดังนั้นเมื่อเราเลือกวิวได้แล้ว การจัดพื้นที่ใช้สอยภายในจะต้องสอดคล้องทิศทางของลมบก และลมทะเล พื้นที่ไหนใช้ทำกิจกรรมสำหรับกลางวัน และพื้นที่ไหนใช้ทำกิจกรรมสำหรับกลางคืน

หลักแค่เพียงสองข้อที่กล่าวมาคือวิวและทิศทางลม ถ้าสามารถทำได้ครบสมบูรณ์ทั้งหมด ก็ถือว่าได้บรรลุตามหลักของฮวงจุ้ยในแง่ของแหล่งที่ตั้ง รับประกันได้ว่าเจ้าของอยู่สบาย จะซื้อจะขายคล่องตัวแน่นอนครับ